เงินปอนด์สเตอร์ลิงเคลื่อนไหวทรงตัวในวันศุกร์ที่ระดับประมาณ 1.3434 ดอลลาร์ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากข้อมูลยอดค้าปลีกของสหราชอาณาจักรประจำเดือนเมษายนที่ปรับตัวลดลงถึง 1.3% เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการปรับลดที่รุนแรงที่สุดในรอบเกือบหนึ่งปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้กว่าสองเท่า โดยปัจจัยหลักมาจากการที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงและสินค้าฟุ่มเฟือยลง เพื่อรับมือกับราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นและความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมรายสัปดาห์ เงินปอนด์ยังมีแนวโน้มปิดบวก 0.8% โดยได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองภายในอังกฤษ หลังจากนายกรัฐมนตรี Keir Starmer ต้องเผชิญกระแสกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งหลังความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยนักวิเคราะห์จาก UBS มองว่าความผันผวนทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว และคาดว่าเงินปอนด์มีโอกาสฟื้นตัวในระยะข้างหน้าเนื่องจากปัจจุบันยังมีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานจริง
นอกจากนี้ เงินปอนด์ยังคงรักษาความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเงินยูโร โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในสัปดาห์นี้ ขณะที่สถานการณ์การคลังของอังกฤษยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังรายงานล่าสุดระบุว่าการกู้ยืมภาครัฐในเดือนเมษายนพุ่งสูงถึง 24,300 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นการขาดดุลที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19
คุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตค่าครองชีพต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นด้วยหรือไม่?